กฎหมายแรงงาน

สิทธิวันลาของลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน ลาอะไรได้บ้าง กี่วัน

อ่าน 8 นาที

คำถามที่ HR มือใหม่และเจ้าของกิจการถามบ่อยที่สุดคือ ลูกจ้างมีสิทธิลาอะไรได้บ้าง ลาแล้วต้องจ่ายค่าจ้างไหม และบริษัทจะกำหนดเองให้น้อยกว่าที่กฎหมายให้ได้หรือเปล่า คำตอบข้อสุดท้ายคือไม่ได้ครับ ตัวเลขในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเป็นขั้นต่ำ บริษัทให้มากกว่าได้แต่ให้น้อยกว่าไม่ได้ ข้อตกลงหรือระเบียบใดที่ให้สิทธิต่ำกว่านั้นจะใช้บังคับไม่ได้

บทความนี้สรุปวันลาแต่ละประเภทว่าลาได้กี่วัน ใครเป็นคนจ่ายค่าจ้าง และจุดที่บริษัทมักเข้าใจผิดจนกลายเป็นข้อพิพาทกับพนักงานภายหลัง

ตารางสรุปสิทธิวันลาทั้งหมด

ประเภทการลาจำนวนวันขั้นต่ำค่าจ้างระหว่างลา
ลาป่วยเท่าที่ป่วยจริงนายจ้างจ่ายไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี
ลากิจธุระอันจำเป็นไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปีได้รับค่าจ้าง
ลาพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี เมื่อทำงานครบ 1 ปีได้รับค่าจ้าง
ลาเพื่อคลอดบุตรไม่เกิน 98 วัน รวมวันลาตรวจครรภ์ก่อนคลอดนายจ้างจ่ายไม่เกิน 45 วัน ส่วนที่เหลือเบิกประกันสังคม
ลาเพื่อทำหมันตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดได้รับค่าจ้าง
ลาเพื่อรับราชการทหารไม่เกิน 60 วันต่อปีได้รับค่าจ้าง
ลาเพื่อฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ตามที่ตกลงกับนายจ้างไม่ได้รับค่าจ้าง เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

ลาป่วย จุดที่เข้าใจผิดกันมากที่สุด

ความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งคือคิดว่า ลาป่วยได้ปีละ 30 วันซึ่งไม่ถูกต้อง กฎหมายให้ลาป่วยได้ เท่าที่ป่วยจริง ไม่มีเพดาน ส่วนตัวเลข 30 วันทำงานคือเพดานของ ค่าจ้าง ที่นายจ้างต้องจ่ายระหว่างลาป่วยในหนึ่งปี สองเรื่องนี้คนละเรื่องกัน

แปลว่าถ้าพนักงานป่วยหนักและลาไป 45 วันทำงานโดยมีเหตุจริง การลานั้นชอบด้วยกฎหมาย เพียงแต่ 15 วันส่วนเกินนายจ้างไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้าง การเอาเรื่องลาป่วยเกิน 30 วัน ไปใช้เป็นเหตุลงโทษหรือเลิกจ้างทันทีจึงเป็นความเสี่ยงที่หลายบริษัทมองข้าม

ประเด็นที่ต้องแยกอีกอย่างคือ การเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน ไม่นับเป็นวันลาป่วยตามหมวดนี้ แต่ไปอยู่ในเรื่องเงินทดแทนซึ่งเป็นคนละกฎหมาย บริษัทที่เอาสองอย่างมารวมกันในโควต้าเดียวกันคือทำผิดตั้งแต่ตั้งค่าระบบ

ใบรับรองแพทย์ขอได้เมื่อไหร่

นายจ้างมีสิทธิขอใบรับรองแพทย์เมื่อลูกจ้างลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป ส่วนการลาป่วย 1 ถึง 2 วัน กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจบังคับขอ และถ้าลูกจ้างหาใบรับรองแพทย์ไม่ได้จริง ๆ ก็ให้ชี้แจงเหตุผลแทนได้ การตั้งระเบียบว่าลาป่วยหนึ่งวันก็ต้องมีใบรับรองแพทย์เสมอ มิฉะนั้นถือว่าขาดงาน จึงเป็นระเบียบที่มีปัญหาในทางกฎหมาย

ลากิจธุระอันจำเป็น ต้องจ่ายค่าจ้างด้วย

ข้อนี้เป็นจุดที่บริษัทเก่า ๆ ตกยุคกันเยอะ เพราะเดิมลากิจเป็นเรื่องที่แล้วแต่นายจ้างจะให้ แต่ปัจจุบันกฎหมายกำหนดชัดว่าลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ไม่น้อยกว่าปีละ 3 วันทำงาน และเป็นวันลาที่ได้รับค่าจ้าง

ถ้าระเบียบบริษัทของคุณยังเขียนว่าลากิจเป็นการลาแบบไม่รับค่าจ้าง หรือให้ลากิจได้ปีละ 2 วัน นั่นคือจุดที่ต้องแก้ก่อนอย่างอื่น เพราะเป็นข้อที่ตรวจสอบง่ายและชัดเจนที่สุดเวลามีเรื่องร้องเรียน

ลาพักผ่อนประจำปี สะสมข้ามปีได้ไหม

ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี โดยได้รับค่าจ้าง ส่วนลูกจ้างที่ยังทำงานไม่ครบปี นายจ้างอาจกำหนดให้หยุดตามส่วนก็ได้

เรื่องการสะสมข้ามปี กฎหมายเปิดช่องให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันล่วงหน้า ว่าจะสะสมและเลื่อนวันหยุดที่ยังไม่ได้ใช้ไปรวมกับปีถัดไปได้ แต่ต้องเป็นการตกลงกัน ไม่ใช่บริษัทประกาศฝ่ายเดียวว่าใช้ไม่หมดถือว่าสละสิทธิ ถ้าไม่มีข้อตกลงเรื่องนี้ไว้ แล้วพนักงานลาออกโดยยังมีวันพักร้อนเหลือ นายจ้างต้องจ่ายเป็นค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนที่ยังไม่ได้ใช้

นี่คือสาเหตุที่การรู้ยอดวันลาคงเหลือแบบเรียลไทม์สำคัญมากตอนพนักงานลาออก ถ้ายังนับกันในไฟล์ Excel ที่อัปเดตเดือนละครั้ง โอกาสคำนวณเงินชดเชยผิดมีสูง

ลาคลอด 98 วัน ใครจ่ายส่วนไหน

ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรได้ไม่เกิน 98 วัน โดยนับรวมวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดด้วย และนับรวมวันหยุดที่อยู่ระหว่างช่วงลา

ฝั่งค่าจ้าง นายจ้างจ่ายค่าจ้างระหว่างลาคลอดไม่เกิน 45 วัน ส่วนที่เหลือเป็นสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคม ซึ่งลูกจ้างต้องยื่นเบิกเอง จุดที่ HR ควรทำคือแจ้งพนักงานให้ครบว่าต้องเตรียมเอกสารอะไร ไม่ใช่ปล่อยให้ไปหาข้อมูลเอง เพราะการเบิกไม่ทันกำหนดทำให้เสียสิทธิได้

อย่าสับสนระหว่างวันลากับวันหยุด

วันลาคือสิทธิที่ลูกจ้างขอใช้เมื่อมีเหตุ ส่วนวันหยุดคือวันที่ไม่ต้องมาทำงานอยู่แล้ว ทั้งสองอย่างมีขั้นต่ำตามกฎหมายคนละชุด

  • วันหยุดประจำสัปดาห์ ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน และระยะห่างระหว่างวันหยุดต้องไม่เกิน 6 วัน
  • วันหยุดตามประเพณี ไม่น้อยกว่าปีละ 13 วัน โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติเข้าไปด้วย ประกาศให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้า
  • วันหยุดพักผ่อนประจำปี ไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันทำงาน ตามที่อธิบายไปข้างต้น

ถ้าให้ลูกจ้างมาทำงานในวันหยุดเหล่านี้ จะมีเรื่องค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามมา ซึ่งอัตราไม่เท่ากับ OT วันธรรมดา รายละเอียดส่วนนี้เราแยกไว้ในบทความ วิธีคำนวณ OT ให้ถูกต้อง

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยในระเบียบบริษัท

  1. รวมลาป่วยกับลากิจเป็นโควต้าเดียว เช่น ให้ลารวมกัน 10 วันต่อปี วิธีนี้ทำให้สิทธิของแต่ละประเภทต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดโดยอัตโนมัติ
  2. ตั้งเงื่อนไขว่าต้องยื่นใบลาล่วงหน้าเสมอ แม้กระทั่งลาป่วยซึ่งขัดกับธรรมชาติของการเจ็บป่วย ที่ถูกต้องคือกำหนดให้แจ้งโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
  3. ประกาศว่าวันพักร้อนใช้ไม่หมดถือว่าสละสิทธิ โดยไม่มีข้อตกลงกับลูกจ้าง
  4. ไม่แยกวันลาป่วยจากการบาดเจ็บจากการทำงานทำให้ลูกจ้างเสียโควต้าลาป่วยไปโดยไม่ควรเสีย
  5. ไม่มีหลักฐานว่าใครอนุมัติใบลาใบไหนพอมีข้อพิพาทก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าบริษัทอนุมัติหรือลูกจ้างขาดงานเอง

จัดการวันลาให้ถูกโดยไม่ต้องนับเอง

ข้อผิดพลาดข้างบนส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่เกิดจากการนับด้วยมือ เมื่อโควต้าแต่ละประเภทแยกกัน แล้วพนักงานมีหลายสิบคน การกระทบยอดในไฟล์ Excel เดือนละครั้งจึงพลาดได้ง่ายมาก และมักจะรู้ตัวตอนพนักงานลาออกแล้ว

ระบบลางานออนไลน์ของ ProHRSoft ให้ตั้งประเภทวันลาแยกตามระเบียบบริษัทได้เอง กำหนดโควต้าของแต่ละประเภท แล้วระบบตัดยอดคงเหลือให้ทันทีที่ใบลาได้รับอนุมัติ พนักงานเห็นวันคงเหลือของตัวเองในแอป ส่วนหัวหน้าอนุมัติจากมือถือได้เลย ใบลาทุกใบมีบันทึกว่าใครอนุมัติเมื่อไหร่ และวันลาที่เกินโควต้าจะถูกส่งไปคิดใน การคำนวณเงินเดือน ของรอบเดียวกันโดยอัตโนมัติ

คำถามที่พบบ่อย

บริษัทให้วันลามากกว่าที่กฎหมายกำหนดได้ไหม

ได้ครับ ตัวเลขในกฎหมายเป็นขั้นต่ำเท่านั้น หลายบริษัทให้ลาพักร้อน 10 ถึง 15 วัน เพื่อแข่งขันในการรักษาพนักงาน สิ่งที่ทำไม่ได้คือให้ต่ำกว่าขั้นต่ำ

พนักงานทดลองงานมีสิทธิลาป่วยและลากิจไหม

มีครับ สิทธิลาป่วยและลากิจธุระอันจำเป็นไม่ได้ผูกกับการผ่านทดลองงาน ส่วนวันหยุดพักผ่อนประจำปีนั้นกฎหมายผูกกับการทำงานครบ 1 ปี แต่นายจ้างจะให้ตามส่วนก่อนครบปีก็ได้

ลาป่วยเกิน 30 วันทำงานแล้วบริษัทเลิกจ้างได้เลยไหม

การลาป่วยเกิน 30 วันทำงานหมายความเพียงว่านายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างส่วนที่เกิน ไม่ได้แปลว่าเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่มีความรับผิด เรื่องการเลิกจ้างมีหลักเกณฑ์ของตัวเอง กรณีแบบนี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานก่อนตัดสินใจ

ต้องเก็บใบลาไว้นานแค่ไหน

ควรเก็บไว้ตลอดอายุการจ้างและต่อเนื่องอีกระยะหนึ่งหลังพ้นสภาพ เพราะเป็นเอกสารที่ใช้พิสูจน์เมื่อมีข้อพิพาทเรื่องค่าจ้างหรือการเลิกจ้าง ระบบที่เก็บประวัติการลาไว้ทั้งหมดพร้อมชื่อผู้อนุมัติจึงช่วยลดความเสี่ยงตรงนี้ได้มาก

บทความนี้เรียบเรียงเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตัวบทและอัตราต่าง ๆ อาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมภายหลังวันที่เผยแพร่ ก่อนนำไปกำหนดเป็นระเบียบบริษัท ควรตรวจสอบกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานอีกครั้ง

ให้ระบบจัดการเรื่องพวกนี้แทน

ProHRSoft ลงเวลาด้วย GPS จัดการวันลา คำนวณ OT และเงินเดือนอัตโนมัติจากข้อมูลจริง ทดลองใช้ฟรี 30 วัน ไม่ต้องผูกบัตรเครดิต