วิธีคำนวณ OT ให้ถูกต้อง อัตรา 1.5 2 และ 3 เท่า ต่างกันตรงไหน
เกือบทุกบริษัทรู้ว่า OT คิด 1.5 เท่า แต่พอเจอกรณีทำงานวันอาทิตย์ หรือทำงานวันหยุดนักขัตฤกษ์แล้วอยู่ต่อจนดึก ตัวเลขก็เริ่มไม่ตรงกันระหว่าง HR กับพนักงาน สาเหตุแทบทั้งหมดมาจากการแยกไม่ออกระหว่างสามอย่างที่กฎหมายเรียกคนละชื่อ คือ ค่าล่วงเวลา, ค่าทำงานในวันหยุด และ ค่าล่วงเวลาในวันหยุด
บทความนี้แยกทั้งสามอย่างให้ชัด พร้อมสูตรหาค่าจ้างต่อชั่วโมง และตัวอย่างคำนวณจริงทั้งพนักงานรายเดือนและรายวัน
สามอัตราที่ต้องแยกให้ออก
| สถานการณ์ | เรียกว่า | อัตราขั้นต่ำ |
|---|---|---|
| ทำงานเกินเวลาปกติ ในวันทำงานธรรมดา | ค่าล่วงเวลา | 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง |
| มาทำงานในวันหยุด ภายในเวลาทำงานปกติ (ลูกจ้างรายเดือน) | ค่าทำงานในวันหยุด | เพิ่มอีก 1 เท่า จากค่าจ้างที่ได้อยู่แล้ว |
| มาทำงานในวันหยุด ภายในเวลาทำงานปกติ (ลูกจ้างรายวัน) | ค่าทำงานในวันหยุด | 2 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง |
| ทำงานในวันหยุด แล้วอยู่ต่อเกินเวลาทำงานปกติ | ค่าล่วงเวลาในวันหยุด | 3 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง |
จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือแถวที่สองกับสาม หลายบริษัทคิดว่าทำงานวันหยุดต้องได้ 3 เท่าเสมอ ซึ่งไม่ใช่ครับ 3 เท่าใช้กับชั่วโมงที่เกินเวลาทำงานปกติในวันหยุดเท่านั้น ส่วน 8 ชั่วโมงแรกของวันหยุดยังเป็นค่าทำงานในวันหยุด ซึ่งอัตราต่างกันระหว่างลูกจ้างรายเดือนกับรายวัน
ทำไมรายเดือนกับรายวันได้ไม่เท่ากัน
เพราะลูกจ้างรายเดือนได้รับค่าจ้างในวันหยุดอยู่แล้วโดยไม่ต้องมาทำงาน เมื่อมาทำงานจึงได้ เพิ่มอีก 1 เท่า รวมแล้วเท่ากับได้ 2 เท่าในทางปฏิบัติ ส่วนลูกจ้างรายวันไม่มีค่าจ้างในวันหยุดตั้งแต่แรก จึงได้ 2 เท่า เต็ม ๆ ผลลัพธ์ปลายทางจึงใกล้เคียงกัน แต่ที่มาของตัวเลขคนละทาง ถ้าตั้งสูตรผิดจะพลาดเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
หาค่าจ้างต่อชั่วโมงก่อน
ทุกอัตราข้างบนคูณจากค่าจ้างต่อชั่วโมง จึงต้องหาตัวเลขนี้ให้ถูกก่อน
ลูกจ้างรายเดือน ให้เอาค่าจ้างรายเดือนหารด้วย 30 แล้วหารด้วยจำนวนชั่วโมงทำงานปกติต่อวันอีกที
- ค่าจ้างต่อชั่วโมง = เงินเดือน ÷ 30 ÷ ชั่วโมงทำงานปกติต่อวัน
- ตัวอย่าง เงินเดือน 15,000 บาท ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง
- 15,000 ÷ 30 = 500 บาทต่อวัน
- 500 ÷ 8 = 62.50 บาทต่อชั่วโมง
สังเกตว่าหารด้วย 30 ไม่ใช่จำนวนวันทำงานจริงในเดือนนั้น นี่เป็นจุดที่คำนวณกันผิดบ่อยมาก บางบริษัทหารด้วย 22 วันทำงาน ซึ่งทำให้ค่าจ้างต่อชั่วโมงสูงเกินจริงและจ่าย OT เกินไปทุกเดือน
ลูกจ้างรายวัน ง่ายกว่า เอาค่าจ้างต่อวันหารด้วยชั่วโมงทำงานปกติต่อวัน เช่น วันละ 400 บาท ทำงาน 8 ชั่วโมง จะได้ 50 บาทต่อชั่วโมง
ตัวอย่างคำนวณ พนักงานรายเดือน
สมมติพนักงานเงินเดือน 15,000 บาท ทำงานจันทร์ถึงศุกร์ วันละ 8 ชั่วโมง ค่าจ้างต่อชั่วโมงคือ 62.50 บาท ในเดือนนี้ทำงานเพิ่มดังนี้
- อยู่ต่อวันธรรมดา 2 ชั่วโมง
62.50 × 1.5 × 2 = 187.50 บาท - มาทำงานวันอาทิตย์ 8 ชั่วโมง (วันหยุดประจำสัปดาห์)
เป็นลูกจ้างรายเดือน จึงได้เพิ่มอีก 1 เท่า
62.50 × 1 × 8 = 500 บาท - วันอาทิตย์นั้นอยู่ต่ออีก 2 ชั่วโมง
ส่วนที่เกินเวลาทำงานปกติในวันหยุด คิด 3 เท่า
62.50 × 3 × 2 = 375 บาท
รวมที่ต้องจ่ายเพิ่มในเดือนนี้ 187.50 + 500 + 375 = 1,062.50 บาท
ตัวอย่างคำนวณ พนักงานรายวัน
พนักงานรายวัน 400 บาทต่อวัน ทำงาน 8 ชั่วโมง ค่าจ้างต่อชั่วโมงคือ 50 บาท
- อยู่ต่อวันธรรมดา 3 ชั่วโมง
50 × 1.5 × 3 = 225 บาท - มาทำงานวันหยุด 8 ชั่วโมง
เป็นลูกจ้างรายวันซึ่งไม่ได้รับค่าจ้างในวันหยุดอยู่แล้ว จึงคิด 2 เท่า
50 × 2 × 8 = 800 บาท
รวม 225 + 800 = 1,025 บาท ที่ต้องจ่ายเพิ่มจากค่าจ้างตามวันทำงานปกติ
อยากลองใส่ตัวเลขของบริษัทตัวเองดู ใช้ เครื่องคำนวณ OT ฟรี ของเราได้เลย ไม่ต้องสมัครสมาชิก
เพดานชั่วโมงที่ห้ามเกิน
การคิดเงินถูกอย่างเดียวไม่พอ ถ้าให้ทำงานเกินเพดานก็ยังผิดอยู่ดี ข้อกำหนดหลักที่ต้องคุมมีดังนี้
- เวลาทำงานปกติไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สำหรับงานทั่วไป
- ค่าล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
- การทำงานล่วงเวลาต้อง ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน ยกเว้นงานที่มีลักษณะต้องทำต่อเนื่องหรือกรณีฉุกเฉิน
ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่หลายคนคิด การสั่ง OT โดยไม่มีการยินยอมและไม่มีหลักฐานการอนุมัติ คือจุดอ่อนที่สุดเวลามีข้อพิพาท เพราะบริษัทพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครอนุมัติให้ทำ
ข้อผิดพลาดที่ทำให้จ่ายผิดทุกเดือน
- หารเงินเดือนด้วยจำนวนวันทำงานจริงแทนที่จะหารด้วย 30 ทำให้ค่าจ้างต่อชั่วโมงสูงเกินจริง
- คิดวันหยุดเป็น 3 เท่าทั้งวัน ทั้งที่ 3 เท่าใช้เฉพาะชั่วโมงที่เกินเวลาทำงานปกติ
- ใช้อัตราเดียวกันทั้งพนักงานรายเดือนและรายวัน ในกรณีทำงานวันหยุด ซึ่งกฎหมายกำหนดคนละแบบ
- จ่าย OT เหมาเป็นก้อน เช่น เหมาเดือนละ 2,000 บาท โดยไม่ดูชั่วโมงจริง วิธีนี้เสี่ยงเมื่อชั่วโมงจริงคำนวณแล้วได้มากกว่าที่เหมาไว้
- ไม่มีบันทึกเวลาเข้าออกที่เชื่อถือได้ ทำให้เถียงกันเรื่องจำนวนชั่วโมงทุกสิ้นเดือน
ให้ระบบคิดแทน จะไม่พลาดซ้ำเดิม
สูตรพวกนี้ไม่ยาก แต่ความผิดพลาดเกิดจากการที่คนคำนวณต้องจำเงื่อนไขหลายชั้นพร้อมกัน ทั้งประเภทวัน ประเภทการจ้าง และชั่วโมงที่เกินเวลาปกติ พอทำมือทุกเดือนกับพนักงานหลายสิบคน โอกาสพลาดจึงสูงมาก
ระบบ OT ของ ProHRSoft ให้ตั้งตัวคูณของแต่ละประเภทวันไว้ครั้งเดียว พนักงานบันทึกชั่วโมงจากแอป หัวหน้าอนุมัติก่อนจึงจะเข้าสู่การคำนวณ แล้วระบบเลือกอัตราให้ตรงกับประเภทวันเอง ก่อนรวมยอดเข้าสลิปเงินเดือนของรอบเดียวกัน และเพราะชั่วโมงมาจากการลงเวลาด้วย GPS ที่พนักงานกดเอง จึงตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าตัวเลขมาจากไหน
คำถามที่พบบ่อย
พนักงานระดับหัวหน้าได้ OT ไหม
ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้างในเรื่องการจ้าง การให้บำเหน็จ หรือการเลิกจ้าง มีข้อยกเว้นเรื่องค่าล่วงเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่การจะเข้าข้อยกเว้นนี้ดูที่อำนาจหน้าที่จริง ไม่ใช่ชื่อตำแหน่ง การตั้งชื่อตำแหน่งว่าผู้จัดการ เพื่อเลี่ยงจ่าย OT จึงไม่ได้ผลและมีความเสี่ยง กรณีก้ำกึ่งควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ตกลงเหมาจ่าย OT รายเดือนได้ไหม
ในทางปฏิบัติมีการทำกันอยู่ แต่ต้องระวังว่าเมื่อคำนวณตามชั่วโมงจริงแล้ว ลูกจ้างต้องไม่ได้รับน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด ถ้าเดือนไหนชั่วโมงจริงคิดแล้วเกินยอดเหมา นายจ้างยังมีหน้าที่จ่ายส่วนต่าง การเหมาจ่ายจึงไม่ได้ตัดภาระการบันทึกชั่วโมงจริงออกไป
ทำงานวันหยุดแค่ครึ่งวันคิดยังไง
คิดตามชั่วโมงที่ทำจริง เช่น ลูกจ้างรายวัน 400 บาท ทำงานวันหยุด 4 ชั่วโมง จะได้ 50 × 2 × 4 = 400 บาท ไม่ได้เหมาเป็นทั้งวัน
ค่าอาหารหรือค่าเดินทางเอามารวมคำนวณ OT ด้วยไหม
ขึ้นอยู่กับว่าเงินนั้นเข้านิยามค่าจ้างหรือไม่ เงินที่จ่ายเป็นสวัสดิการโดยแท้ เช่น ค่าอาหารตามจำนวนที่จ่ายจริง มักไม่ถือเป็นค่าจ้าง แต่เงินที่จ่ายประจำแน่นอนทุกเดือน เท่ากันทุกคนโดยไม่ผูกกับค่าใช้จ่ายจริง อาจถูกตีความว่าเป็นค่าจ้างและต้องนำมารวมฐานคำนวณ จุดนี้ตีความต่างกันได้ตามข้อเท็จจริง ควรตรวจสอบเป็นรายกรณี